ราคาที่ดินกลางกรุง เลาะรถไฟฟ้าแพงหูฉี่

            Modern Property คาดปัจจัยบวก ทิศทางการเมือง เศรษฐกิจ ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดี หนุนอสังหาฯฟื้น เชื่อราคาที่ดิน CBDพุ่งสูงเกินจริง ผู้ประกอบการสู้ราคาไม่ไหว ลูกค้ากำลังซื้อไม่พอ ส่งผลให้ผู้ประกอบการขยับออกไปเจาะทำเลรอยต่อเมืองแทน เผยแนวโน้มราคาที่ดินปี60 ยังปรับตัวต่อเนื่อง แนวรถไฟฟ้าใหม่-เก่ายังได้รับความนิยมสูง

ราคาที่ดินกลางกรุง เลาะรถไฟฟ้าแพงหูฉี่

นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Modern Property Consultant Co., Ltd  กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจและการเมือง ราคาสินค้าเกษตรในปีนี้ แม้จะปรับตัวดีขึ้น และส่งผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมให้มีโอกาสในการฟื้นตัวดีขึ้น แต่การฟื้นตัวหรือขยายตัวของตลาดอสังหาฯ อาจจะยังไม่รวดเร็วนัก เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก ที่อาจจะส่งผลกระทบตลาดอสังหาฯในประเทศ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจโลก วิกฤติฟองสบู่อสังหาฯในประเทศจีน วิกฤติดอยซ์แบงก์ ปัญหาทางการเมืองในอเมริกา ซึ่งต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดเพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯได้อยู่ตลอดเวลา

จากปัจจัยข้างต้นและทิศทางตลาดอสังหาฯที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น จะทำให้ในปี 2560 นี้ มีการซื้อขายที่ดินคึกคักมาขึ้น จากทั้งกลุ่มนักลงทุนซื้อที่ดิน และผู้ประกอบการอสังหาฯ โดยเฉพาะการซื้อที่ดินในกทม. ตามแนวเส้นทางโครงการเมกกะโปรเจกต์รถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ในพื้นที่ในเมืองที่จะเริ่มก่อสร้าง เช่น สายส้ม สายสีชมพูสายสีเหลือง ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตาม ในการซื้อที่ดิน ผู้ประกอบการและนักลงทุน ต้องไม่ลืมบทเรียนสำคัญที่เกิดขึ้นกับการซื้อที่ดินในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งทำให้หลายๆรายประสบความล้มเหลวในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนทําเลสําคัญที่ได้รับความนิยม จะขยับออกจากเขตเมืองชั้นใน inner area ในย่านธุรกิจ CBD ออกไปในทำเลเมืองชั้นนอกหรือรอยต่อระหว่างเมืองมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาราคาที่ดินกลางกรุง หรือย่าน CBD นั้น มีการปรับตัวสูงมากในบางทำเลราคาปรับตัวสูงถึงตารางวาละ 2 ล้านบาท ซึ่งราคาดังกล่าวขยับสูงจนเกินไป ทำให้ต้องพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าและราคาขายสูงถึงตารางเมตรละ 300,000-400,000 บาท

ซึ่งกําลังซื้อส่วนใหญ่ซื้อไม่ไหว ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯจําเป็นต้องขยับออกไปพัฒนาโครงการใหม่ๆในทำเลรอบนอกออกไป เช่น ในเขตรอยต่อเมือง (Intermediate Area) ย่านรัชดา ลาดพร้าว พหลโยธิน บางซื่อ บางกะปิ บางนา จรัญสนิทวงศ์ รัชดา-ท่าพระ เป็นต้น เนื่องจากทำเลเหล่านี้สามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก และถือว่าเป็นทำเลที่ใช้เวลาในการเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจและแหล่งงานไม่มากนัก

ขณะที่ทําเลในเขตชั้นนอกของเมือง คาดว่าจะเริ่มเห็นความจริงจาก ประสบการณ์การซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ราคาที่ดินพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการได้มากอย่างที่ตั้งเป้าไว้

อย่างไรก็ตามในทำเลอื่นๆนั้น คาดว่าราคาที่ดินยังคงเพิ่มได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากฐานราคาที่ดินที่ตํ่า เช่น สถานีคูคต ก่อนมีรถไฟฟ้าตารางวาละ 50,000 บาท ปัจจุบันขยับเป็น 100,000 บาทต่อตร.ว.แล้ว แต่ราคาจะปรับขึ้นไปได้อีกมากหรือน้อยเท่าไหร่นั้น นักลงทุนต้องระวังให้มาก เพราะราคาอาจจะปรับตัวได้ไม่มากอย่างอดีตที่ผ่านมา

 

ขอขอบคุณภาพและที่มา : propertyinsight.co

Related posts